วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Lecture "วิจัย" วันนี้ (part 1)

การวิจัย

กระบวนการวิจัย = กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาความจริงด้วยวิธีการที่เชื่อถือได้มี 5 ขั้นตอน

  1. การตั้งคำถาม research problem ซึ่งน่าจะเพื่อการหาสาเหตุ (cause) ไม่ใช่ดูจากอาการ (symptom) แต่การศึกษาจากอาการ หลายๆ ครั้ง เพราะยังไม่ทราบสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น symptom – headache can be from many causes e.g. fever, stress, diseases
  2. สมมุติฐาน hypothesis เป็นการคาดเดาทางเลือกในการตอบคำถาม
  3. รวบรวมข้อมูล
  4. เลือกทางเลือก หรือวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม
  5. นำไปใช้ แก้ปัญหา

Research จึงหมายถึงการศึกษาซ้ำๆ เพื่อให้ได้ข้อยุติหรือคำตอบในเรื่องนั้นๆ ให้ใกล้กับความจริงมากที่สุด

ประเภทของการวิจัย ก็แล้วแต่เกณฑ์ หรือตัวแปร variable ที่จะตั้งขึ้นมา

ตัวแปร (variables) หมายถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคำถามวิจัยที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงค่าได้ เช่น เพศ (หญิง-ชาย) น้ำหนัก ส่วนสูง ในการวิจัยต้องหาค่าความสัมพันธ์ของตัวแปร 2 ตัว

อะไรที่มีสิ่งเดียว โดดๆ เช่น คนคนหนึ่ง (นาย ก.) หรือสถานที่แห่งหนึ่ง พวกนี้ไม่ใช่ตัวแปร

ตัวแปรมี 3 ชนิด

  • ตัวแปรต้น (เหตุ) หรือ independent variable
  • ตัวแปรตาม (ผล) dependent variable
  • ตัวแปรแทรกซ้อน intervening variable เป็นมือที่ 3 เป็นปัจจัยเบี่ยงเบนที่ทำให้ผล (ตัวแปรตาม) ไม่เกิดตามเหตุ (ตัวแปรต้น) ซึ่งทำให้การวิจัยที่เราไม่สามารถควบคุมตัวแปรทั้งหมดเกิดผลผิดเพี้ยน ส่วนมากวิจัยทางสังคมมักจะเกิดตัวแปรแทรกซ้อนเพราะควบคุมตัวแปรเหมือนในห้อง lab ไม่ได้ เช่น เด็กสอบ GAT PAT ได้ มีตัวแปรแทรกซ้อนเยอะ เช่น ความสามารถในการไปเรียนพิเศษ ครูสอนเก่ง เดาข้อสอบถูก ฯลฯ จึงสรุปไม่ได้ว่า ครูที่โรงเรียนสอนดีกว่าโรงเรียนอื่น


งานวิจัยมี 2 แบบ

  • Pure science เช่น การวิจัยปรัชญา
  • Applied research ส่วนมากเป็นงานวิจัยทางสังคม


ประเภทการวิจัย ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ในการแบ่ง เช่น

  • Experimental Research
  • Experimental research
  • Quasi-experimental/semi-experimental research ยอมให้มีตัวแปรแทรกซ้อนได้โดยธรรมชาติ

ถ้าแบ่งตามประเภทข้อมูล

  • Quantitative research – วิจัยเชิงปริมาณ
  • Qualitative research – วิจัยเชิงคุณภาพ ส่วนมากเป็น ethnographic study และวิธีการ inductive วิจัยเชิงคุณภาพใช้เวลานาน จึงทำให้การประเมินสมศ. ไม่ได้ผล เพราะมีการประเมินข้อมูลเชิงนามธรรมด้วย เช่น ความรักชาติ เสียสละ วินัย ซึ่งประเมินภายในเวลาจำกัดไม่ได้ เมื่อวัดตรงๆ ไม่ได้ก็ต้องวัดโดยอ้อม มีการสร้างเครื่องมือ ถ้าจับไต๋ได้ก็สอบผ่าน แต่ไม่ใช่ของจริง เช่น เด็กยกมือไหว้เฉพาะวันที่ไปตรวจ

ถ้าแบ่งตามกาลเวลา

  • การวิจัยย้อนรอย เป็นการวิจัยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ศึกษาจากบันทึก จดหมายเหตุ จารึก กระดูก
  • การวิจัยปัจจุบัน
  • การวิจัยอนาคต future research เป็นการวิจัยเพื่อคาดการณ์ หา tendency หรือทำ projection เช่น การวิจัยเชิงนโยบาย อาจจะใช้ Delphi technique (เอาผู้เชี่ยวชาญมาคุยกัน)

จะเรียกว่าเป็นอะไรก็แล้วแต่เกณฑ์วัด

กระบวนการวิจัย ออกสอบแน่

  1. คำถามการวิจัย research question อะไรเป็นคำถามการวิจัยที่ดี เรื่องที่มีคำตอบแล้ว ไม่ต้องวิจัย แต่ถ้ายังต้องถกเถียงกัน หรือไม่มีคำตอบจริง ก็เป็นหัวข้อทำวิจัยได้
  2. การตั้งสมมุติฐาน hypothesis คือคำตอบล่วงหน้า การกำหนดทางเลือก แต่ต้องมีความหนักแน่น มีการคาดผลไว้ชัดเจน จึงต้องมีทฤษฎี หรือ มีงานศึกษา หรือจากประสบการณ์ก็ได้ หนุนหลัง (เช่นแรงจูงใจมีผลกับความสัมฤทธิ์ในการทำงาน) ทดสอบทฤษฎี ผลการวิจัย ต้องมีสมมุติฐาน
    • กรณีไหนที่ไม่ต้องมีสมมุติฐาน? การวิจัยเชิงสำรวจไม่ต้องมี hypothesis หรือ การวิจัยในชั้นเรียนไม่ต้องมีก็ได้ แต่อาจจะใส่ตัวแปร (ต้น) ไว้ในวัตถุประสงค์ได้ หรือการทำสหสัมพันธ์ (x-y) จะต้องหรือไม่ก็ได้ (ทำ regression ย้อนไปดูสาเหตุก็ได้)
  1. วัตถุประสงค์ คือคำตอบที่ต้องการทราบ จะมีกี่ข้อก็ได้แต่ต้องให้พอดีกับเวลา งบประมาณ และความสามารถในการเก็บข้อมูล
  2. การออกแบบการวิจัย จะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ใช้เครื่องมืออะไรที่เหมาะจะได้ข้อมูลนั้นมา
  3. การประมวลผล

ออกสอบ; หาจุดเด่นและจุดด้อยของการวิจัยพรรณา ทดลอง คุณภาพ นำไปใช้ในการบริหารการศึกษาอย่างไร

4 ความคิดเห็น:

  1. อยากอ่าน part 2 จังค่ะ

    ตอบลบ
  2. สรุปเสนือหาบทที่ 1 วิชาทฤษฎี

    หน่วยที่ 1 พัฒนาการทฤษฎีการบริหาร

    1.1แนวคิดและทฤษฎีการบริหาร
    1.1.1 ความหมาย องค์ประกอบ และความสำคัญของทฤษฎี
    ทฤษฎีการบริหาร หมายถึง การรวมกลุ่มความคิดหรือความรู้ทางการบริหาร โดยการรวมกลุ่มของ
    ความคิดอย่างเป็นระบบ และให้ความหมายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจเพื่อทำการวิจัยและเป็นแนวปฏิบัติทางการบริหาร

    องค์ประกอบของทฤษฎี ตามคำนิยามของ เคอร์ลิงเกอร์ ทฤษฎีประกอบด้วย ปัญหาที่ต้องการพิสูจน์ โครงสร้าง แนวคิด ความรู้สึก ซึ่งมีความสัมพันธ์กันดังนี้

    ทฤษฎี (คือ กลุ่มข้อเสนอที่ต้องการพิสูจน์ที่สัมพันธ์กัน)

    ปัญหาที่ต้องการพิสูจน์ (คือ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของโครงสร้างต่างๆ อย่างเป็นเหตุผล)

    โครงสร้าง (คือ การรวมกันของแนวคิด 2 แนวคิด ที่ให้ความหมายใหม่ที่สูงกว่าแนวคิดเดิม)

    แนวคิด (คือ การตีความหมายหน่วยของความรู้สึก เช่น คำพูด ภาษา เป็นต้น)

    ความรู้สึก (คือ ประสบการณ์ที่ทุกคนได้รับ เช่น หิว เจ็บ)

    ความสำคัญของทฤษฎีการบริหาร
    ทฤษฎีการบริหารมีความสำคัญต่อการบริหารการศึกษา ในการวางกรอบของแนวคิดเพื่อการพัฒนาความรู้ด้านการบริหารให้มีความก้าวหน้า ขณะเดียวกันก็วางกรอบแนวคิด เป็นพื้นฐานของการวางแผน การควบคุม การดำเนินการ การติดตามประเมินผลการบริหารการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์
    หากขาดทฤษฎี นักบริหารด้านการศึกษา ก็ขาดความรู้ที่จะพัฒนาทฤษฎีและแนวคิดใหม่ๆ ในการบริหารการศึกษา ซึ่งผู้บริหารก็จะบริหารงานด้วยการอาศัยประสบการณ์ของตนเอง และการลองผิดลองถูกซึ่งเป็นวิธีการที่เสี่ยง

    1.1.2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับการวิจัยทางการบริหาร
    ทฤษฎีและการวิจัยมีความสัมพันธ์กันโดย ทฤษฎีให้กรอบความคิดเพื่อการวิเคราะห์และชี้แนะปัญหา
    สำหรับการวิจัย และวิจัยมีส่วนพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการปรับปรุงและสร้างทฤษฎี
    1.1.2.2 ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับแนวปฏิบัติทางการบริหาร
    ทฤษฎีวางกรอบความคิดแก่ผู้ปฏิบัติ วิเคราะห์ผลการปฏิบัติ ช่วยในการตัดสินใจ
    1.1.2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารการศึกษากับทฤษฎีการบริหารทั่วไป
    ทฤษฎีการบริหารทั่วไปจะมีอิทธิพลต่อการกำหนดทฤษฎีการบริหารการศึกษา มีทฤษฎีการบริหารหารศึกษาน้อยมากที่ได้มาจากวงการศึกษาเอง
    ทฤษฎีการบริหารการศึกษาต่างกับทฤษฎีการบริหารทั่วไปคือ ธรรมชาติ ลักษณะงาน สภาพแวดล้อม และบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างจากงานทั่วไป ทฤษฎีจึงต่างกัน
    1.2 พัฒนาทฤษฎีการบริหารทั่วไป
    1.2.1 การบริหารเชิงวิทยาศาสตร์
    เน้นด้านประสิทธิภาพของงาน พยายามหาวิธีการที่จะใช้บุคลากรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อเพิ่ม
    ประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต โดยการจัดระบบงานออกเป็นส่วนย่อย มีมาตรฐาน พิจารณาค่าตอบแทนตามผลงาน
    1.2.2 การบริหารเชิงมนุษยสัมพันธ์
    เน้นด้านบุคคลแต่ละคนและปฏิสัมพันธ์ของคนต่อเพื่อนร่วมงานและกลุ่ม มีงานวิจัยที่โรงงาน
    ฮอร์ธอร์น พบว่า แรงกระตุ้นทางกายภาพและเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่แรงจูงใจอย่างเดียวที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพ แต่แรงจูงใจทางสังคมและค่านิยมมนุษยสัมพันธ์ของคนงานให้ผลเป็นแรงจูงใจมากกว่า
    1.2.3 การบริหารเชิงพฤติกรรมศาสตร์
    เน้นด้านพฤติกรรมแต่ละบุคคลในองค์การสถานที่ทำงานมีสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนงานต้องเกี่ยวข้อง
    กับคนอื่น ซึ่งมีอิทธิพลต่อคุณภาพและผลผลิตขององค์กร
    การบริหารงานจึงเน้น การให้ความสำคัญของคนและพฤติกรรมของคน และของกลุ่มคนในองค์กร จุดเน้น การบริหารเชิงระบบที่ระบบการบริหารขนาดใหญ่ และการบริหารระบบเปิดที่ให้สังคมและผู้ร่วมเกี่ยวข้องมีโอกาสเข้าร่วมและตรวจสอบ
    1.2.4 การบริหารสมัยใหม่
    แนวคิดยังไม่ลงตัวแน่นอนมีทั้งคำนึงถึงระบบและตัวบุคคลแต่ละคน ใช้วิธีการบริหารในเชิงระบบ วิธี
    เชิงประมาณ และวิธีเชิงสถานการณ์พิจารณาแก้ไขปัญหาทางการบริหาร ใช้ความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ ในรูปของสหวิทยาการเป็นประโยชน์ในการพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาทางบริหาร

    ตอบลบ
  3. สรุปเสนือหาบทที่ 1 วิชาทฤษฎี (ต่อ)

    1.3 พัฒนาการของทฤษฎีการบริหารการศึกษา
    1.3.1 ทฤษฎีการบริหารการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์
    เน้นความสำคัญด้านประสิทธิภาพการสอนมาใช้ในการจัดการศึกษา มีการนำวิธีทางสถิติและทาง
    วิทยาศาสตร์มาเป็นพื้นฐานของการจัดการศึกษา รวมทั้งวิเคราะห์งานที่นักบริหารทำ เพื่อนำมาเป็นพื้นฐานเปรียบเทียบกับผลผลิตทางการศึกษา
    1.3.2 ทฤษฎีการบริหารการศึกษาเชิงมนุษยสัมพันธ์
    เน้นการนำแนวคิดประชาธิปไตยมาใช้ในการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน เปิดโอกาสให้ครู
    ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการบริหารการศึกษา นักคิดคนสำคัญคือ จอห์น ดิวอี้
    1.3.3 ทฤษฎีการบริหารการศึกษาเชิงพฤติกรรมศาสตร์
    มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษา ซึ่งมี 3 แนวคิด คือ
    - สถานศึกษาในฐานะที่เป็นสถานที่ราชการ เห็นว่าระดับการเป็นระบบราชการขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้บริหาร
    - การบริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องการผู้บริหารที่มีความรู้ในหลักวิชาจากการฝึกอบรม
    - ระบบการศึกษาในฐานะระบบเปิดให้ผู้เกี่ยวข้องและสังคมมีส่วนร่วมในการบริหารและตรวจสอบ
    1.3.4 ทฤษฎีการบริหารการศึกษาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 เป็นต้นมา
    มีแนวคิดการบริหารการศึกษาเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่ประยุกต์จากทฤษฎีการบริหารทั้วไปและทฤษฎีการ
    บริหารการศึกษาเอง ทฤษฎีสำคัญคือ การเคลื่อนไหวแนวคิดการศึกษานโยบาย และพบว่าไม่มีทฤษฎีการบริหารการศึกษาใดที่สามรถให้ภาพการบริหารการศึกษาได้อย่างสมบรูณ์ จำเป็นต้องประยุกต์ทฤษฎีและแนวคิดที่หลากหลายใช้ในการบริหารการศึกษา

    ทฤษฎีการบริหารการศึกษาได้รับอิทธิพลจากทฤษฎีการบริหารทั่วไป และนำมาประยุกต์ให้กับหลักการจัดการศึกษา มีทฤษฎีจำนวนน้อยที่พัฒนาขึ้นจากระบบการศึกษาเอง
    จากการศึกษาทฤษฎีการบริหารการศึกษาปัจจุบันได้ค้นพบว่าไม่มีทฤษฎีการบริหารการศีกษาใดที่ให้ภาพการบริหารที่สมบูรณ์ ต้องประยุกต์ทฤษฎีและแนวคิดที่หลากหลายมาใช้

    ตอบลบ
  4. สรุปได้ครอบคลุมทุกประเด็น คุณภาพระดับ A จะติดตามบทต่อไป

    ตอบลบ