การวิจัย
กระบวนการวิจัย = กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่
- การตั้งคำถาม research problem ซึ่งน่าจะเพื่อการหาสาเหตุ (cause) ไม่ใช่ดูจากอาการ (symptom) แต่การศึกษาจากอาการ หลายๆ ครั้ง เพราะยังไม่ทราบสาเหตุของปั
ญหาที่แท้จริง เช่น symptom – headache can be from many causes e.g. fever, stress, diseases - สมมุติฐาน hypothesis เป็นการคาดเดาทางเลื
อกในการตอบคำถาม - รวบรวมข้อมูล
- เลือกทางเลือก หรือวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม
- นำไปใช้ แก้ปัญหา
Research จึงหมายถึงการศึกษาซ้ำๆ เพื่อให้ได้ข้อยุติหรื
ประเภทของการวิจัย ก็แล้วแต่เกณฑ์ หรือตัวแปร variable ที่จะตั้งขึ้นมา
ตัวแปร (variables) หมายถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกั
อะไรที่มีสิ่งเดียว โดดๆ เช่น คนคนหนึ่ง (นาย ก.) หรือสถานที่แห่งหนึ่ง พวกนี้ไม่ใช่ตัวแปร
ตัวแปรมี 3 ชนิด
- ตัวแปรต้น (เหตุ) หรือ independent variable
- ตัวแปรตาม (ผล) dependent variable
- ตัวแปรแทรกซ้อน intervening variable เป็นมือที่ 3 เป็นปัจจัยเบี่ยงเบนที่ทำให้ผล (ตัวแปรตาม) ไม่เกิดตามเหตุ (ตัวแปรต้น) ซึ่งทำให้การวิจัยที่เราไม่
สามารถควบคุมตัวแปรทั้งหมดเกิ ดผลผิดเพี้ยน ส่วนมากวิจัยทางสังคมมักจะเกิ ดตัวแปรแทรกซ้อนเพราะควบคุมตั วแปรเหมือนในห้อง lab ไม่ได้ เช่น เด็กสอบ GAT PAT ได้ มีตัวแปรแทรกซ้อนเยอะ เช่น ความสามารถในการไปเรียนพิเศษ ครูสอนเก่ง เดาข้อสอบถูก ฯลฯ จึงสรุปไม่ได้ว่า ครูที่โรงเรียนสอนดีกว่าโรงเรี ยนอื่น
งานวิจัยมี 2 แบบ
- Pure science เช่น การวิจัยปรัชญา
- Applied research ส่วนมากเป็นงานวิจัยทางสังคม
ประเภทการวิจัย ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ในการแบ่ง เช่น
- Experimental Research
- Experimental research
- Quasi-experimental/semi-
experimental research ยอมให้มีตัวแปรแทรกซ้อนได้ โดยธรรมชาติ
ถ้าแบ่งตามประเภทข้อมูล
- Quantitative research – วิจัยเชิงปริมาณ
- Qualitative research – วิจัยเชิงคุณภาพ ส่วนมากเป็น ethnographic study และวิธีการ inductive วิจัยเชิงคุณภาพใช้เวลานาน จึงทำให้การประเมินสมศ. ไม่ได้ผล เพราะมีการประเมินข้อมูลเชิ
งนามธรรมด้วย เช่น ความรักชาติ เสียสละ วินัย ซึ่งประเมินภายในเวลาจำกัดไม่ ได้ เมื่อวัดตรงๆ ไม่ได้ก็ต้องวัดโดยอ้อม มีการสร้างเครื่องมือ ถ้าจับไต๋ได้ก็สอบผ่าน แต่ไม่ใช่ของจริง เช่น เด็กยกมือไหว้เฉพาะวันที่ไปตรวจ
ถ้าแบ่งตามกาลเวลา
- การวิจัยย้อนรอย เป็นการวิจัยเหตุการณ์ในประวัติ
ศาสตร์ ศึกษาจากบันทึก จดหมายเหตุ จารึก กระดูก - การวิจัยปัจจุบัน
- การวิจัยอนาคต future research เป็นการวิจัยเพื่อคาดการณ์ หา tendency หรือทำ projection เช่น การวิจัยเชิงนโยบาย อาจจะใช้ Delphi technique (เอาผู้เชี่ยวชาญมาคุยกัน)
จะเรียกว่าเป็นอะไรก็แล้วแต่
กระบวนการวิจัย ออกสอบแน่
- คำถามการวิจัย research question อะไรเป็นคำถามการวิจัยที่ดี เรื่องที่มีคำตอบแล้ว ไม่ต้องวิจัย แต่ถ้ายังต้องถกเถียงกัน หรือไม่มีคำตอบจริง ก็เป็นหัวข้อทำวิจัยได้
- การตั้งสมมุติฐาน hypothesis คือคำตอบล่วงหน้า การกำหนดทางเลือก แต่ต้องมีความหนักแน่น มีการคาดผลไว้ชัดเจน จึงต้องมีทฤษฎี หรือ มีงานศึกษา หรือจากประสบการณ์ก็ได้ หนุนหลัง (เช่นแรงจูงใจมีผลกับความสั
มฤทธิ์ในการทำงาน) ทดสอบทฤษฎี ผลการวิจัย ต้องมีสมมุติฐาน
- กรณีไหนที่ไม่ต้องมีสมมุติฐาน? การวิจัยเชิงสำรวจไม่ต้องมี hypothesis หรือ การวิจัยในชั้นเรียนไม่ต้องมีก็
ได้ แต่อาจจะใส่ตัวแปร (ต้น) ไว้ในวัตถุประสงค์ได้ หรือการทำสหสัมพันธ์ (x-y) จะต้องหรือไม่ก็ได้ (ทำ regression ย้อนไปดูสาเหตุก็ได้)
- วัตถุประสงค์ คือคำตอบที่ต้องการทราบ จะมีกี่ข้อก็ได้แต่ต้องให้พอดี
กับเวลา งบประมาณ และความสามารถในการเก็บข้อมูล - การออกแบบการวิจัย จะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ใช้เครื่องมืออะไรที่เหมาะจะได้
ข้อมูลนั้นมา - การประมวลผล
ออกสอบ; หาจุดเด่นและจุดด้อยของการวิจั
อยากอ่าน part 2 จังค่ะ
ตอบลบสรุปเสนือหาบทที่ 1 วิชาทฤษฎี
ตอบลบหน่วยที่ 1 พัฒนาการทฤษฎีการบริหาร
1.1แนวคิดและทฤษฎีการบริหาร
1.1.1 ความหมาย องค์ประกอบ และความสำคัญของทฤษฎี
ทฤษฎีการบริหาร หมายถึง การรวมกลุ่มความคิดหรือความรู้ทางการบริหาร โดยการรวมกลุ่มของ
ความคิดอย่างเป็นระบบ และให้ความหมายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจเพื่อทำการวิจัยและเป็นแนวปฏิบัติทางการบริหาร
องค์ประกอบของทฤษฎี ตามคำนิยามของ เคอร์ลิงเกอร์ ทฤษฎีประกอบด้วย ปัญหาที่ต้องการพิสูจน์ โครงสร้าง แนวคิด ความรู้สึก ซึ่งมีความสัมพันธ์กันดังนี้
ทฤษฎี (คือ กลุ่มข้อเสนอที่ต้องการพิสูจน์ที่สัมพันธ์กัน)
ปัญหาที่ต้องการพิสูจน์ (คือ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของโครงสร้างต่างๆ อย่างเป็นเหตุผล)
โครงสร้าง (คือ การรวมกันของแนวคิด 2 แนวคิด ที่ให้ความหมายใหม่ที่สูงกว่าแนวคิดเดิม)
แนวคิด (คือ การตีความหมายหน่วยของความรู้สึก เช่น คำพูด ภาษา เป็นต้น)
ความรู้สึก (คือ ประสบการณ์ที่ทุกคนได้รับ เช่น หิว เจ็บ)
ความสำคัญของทฤษฎีการบริหาร
ทฤษฎีการบริหารมีความสำคัญต่อการบริหารการศึกษา ในการวางกรอบของแนวคิดเพื่อการพัฒนาความรู้ด้านการบริหารให้มีความก้าวหน้า ขณะเดียวกันก็วางกรอบแนวคิด เป็นพื้นฐานของการวางแผน การควบคุม การดำเนินการ การติดตามประเมินผลการบริหารการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์
หากขาดทฤษฎี นักบริหารด้านการศึกษา ก็ขาดความรู้ที่จะพัฒนาทฤษฎีและแนวคิดใหม่ๆ ในการบริหารการศึกษา ซึ่งผู้บริหารก็จะบริหารงานด้วยการอาศัยประสบการณ์ของตนเอง และการลองผิดลองถูกซึ่งเป็นวิธีการที่เสี่ยง
1.1.2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับการวิจัยทางการบริหาร
ทฤษฎีและการวิจัยมีความสัมพันธ์กันโดย ทฤษฎีให้กรอบความคิดเพื่อการวิเคราะห์และชี้แนะปัญหา
สำหรับการวิจัย และวิจัยมีส่วนพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการปรับปรุงและสร้างทฤษฎี
1.1.2.2 ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับแนวปฏิบัติทางการบริหาร
ทฤษฎีวางกรอบความคิดแก่ผู้ปฏิบัติ วิเคราะห์ผลการปฏิบัติ ช่วยในการตัดสินใจ
1.1.2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารการศึกษากับทฤษฎีการบริหารทั่วไป
ทฤษฎีการบริหารทั่วไปจะมีอิทธิพลต่อการกำหนดทฤษฎีการบริหารการศึกษา มีทฤษฎีการบริหารหารศึกษาน้อยมากที่ได้มาจากวงการศึกษาเอง
ทฤษฎีการบริหารการศึกษาต่างกับทฤษฎีการบริหารทั่วไปคือ ธรรมชาติ ลักษณะงาน สภาพแวดล้อม และบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างจากงานทั่วไป ทฤษฎีจึงต่างกัน
1.2 พัฒนาทฤษฎีการบริหารทั่วไป
1.2.1 การบริหารเชิงวิทยาศาสตร์
เน้นด้านประสิทธิภาพของงาน พยายามหาวิธีการที่จะใช้บุคลากรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต โดยการจัดระบบงานออกเป็นส่วนย่อย มีมาตรฐาน พิจารณาค่าตอบแทนตามผลงาน
1.2.2 การบริหารเชิงมนุษยสัมพันธ์
เน้นด้านบุคคลแต่ละคนและปฏิสัมพันธ์ของคนต่อเพื่อนร่วมงานและกลุ่ม มีงานวิจัยที่โรงงาน
ฮอร์ธอร์น พบว่า แรงกระตุ้นทางกายภาพและเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่แรงจูงใจอย่างเดียวที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพ แต่แรงจูงใจทางสังคมและค่านิยมมนุษยสัมพันธ์ของคนงานให้ผลเป็นแรงจูงใจมากกว่า
1.2.3 การบริหารเชิงพฤติกรรมศาสตร์
เน้นด้านพฤติกรรมแต่ละบุคคลในองค์การสถานที่ทำงานมีสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนงานต้องเกี่ยวข้อง
กับคนอื่น ซึ่งมีอิทธิพลต่อคุณภาพและผลผลิตขององค์กร
การบริหารงานจึงเน้น การให้ความสำคัญของคนและพฤติกรรมของคน และของกลุ่มคนในองค์กร จุดเน้น การบริหารเชิงระบบที่ระบบการบริหารขนาดใหญ่ และการบริหารระบบเปิดที่ให้สังคมและผู้ร่วมเกี่ยวข้องมีโอกาสเข้าร่วมและตรวจสอบ
1.2.4 การบริหารสมัยใหม่
แนวคิดยังไม่ลงตัวแน่นอนมีทั้งคำนึงถึงระบบและตัวบุคคลแต่ละคน ใช้วิธีการบริหารในเชิงระบบ วิธี
เชิงประมาณ และวิธีเชิงสถานการณ์พิจารณาแก้ไขปัญหาทางการบริหาร ใช้ความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ ในรูปของสหวิทยาการเป็นประโยชน์ในการพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาทางบริหาร
สรุปเสนือหาบทที่ 1 วิชาทฤษฎี (ต่อ)
ตอบลบ1.3 พัฒนาการของทฤษฎีการบริหารการศึกษา
1.3.1 ทฤษฎีการบริหารการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์
เน้นความสำคัญด้านประสิทธิภาพการสอนมาใช้ในการจัดการศึกษา มีการนำวิธีทางสถิติและทาง
วิทยาศาสตร์มาเป็นพื้นฐานของการจัดการศึกษา รวมทั้งวิเคราะห์งานที่นักบริหารทำ เพื่อนำมาเป็นพื้นฐานเปรียบเทียบกับผลผลิตทางการศึกษา
1.3.2 ทฤษฎีการบริหารการศึกษาเชิงมนุษยสัมพันธ์
เน้นการนำแนวคิดประชาธิปไตยมาใช้ในการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน เปิดโอกาสให้ครู
ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการบริหารการศึกษา นักคิดคนสำคัญคือ จอห์น ดิวอี้
1.3.3 ทฤษฎีการบริหารการศึกษาเชิงพฤติกรรมศาสตร์
มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษา ซึ่งมี 3 แนวคิด คือ
- สถานศึกษาในฐานะที่เป็นสถานที่ราชการ เห็นว่าระดับการเป็นระบบราชการขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้บริหาร
- การบริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องการผู้บริหารที่มีความรู้ในหลักวิชาจากการฝึกอบรม
- ระบบการศึกษาในฐานะระบบเปิดให้ผู้เกี่ยวข้องและสังคมมีส่วนร่วมในการบริหารและตรวจสอบ
1.3.4 ทฤษฎีการบริหารการศึกษาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 เป็นต้นมา
มีแนวคิดการบริหารการศึกษาเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่ประยุกต์จากทฤษฎีการบริหารทั้วไปและทฤษฎีการ
บริหารการศึกษาเอง ทฤษฎีสำคัญคือ การเคลื่อนไหวแนวคิดการศึกษานโยบาย และพบว่าไม่มีทฤษฎีการบริหารการศึกษาใดที่สามรถให้ภาพการบริหารการศึกษาได้อย่างสมบรูณ์ จำเป็นต้องประยุกต์ทฤษฎีและแนวคิดที่หลากหลายใช้ในการบริหารการศึกษา
ทฤษฎีการบริหารการศึกษาได้รับอิทธิพลจากทฤษฎีการบริหารทั่วไป และนำมาประยุกต์ให้กับหลักการจัดการศึกษา มีทฤษฎีจำนวนน้อยที่พัฒนาขึ้นจากระบบการศึกษาเอง
จากการศึกษาทฤษฎีการบริหารการศึกษาปัจจุบันได้ค้นพบว่าไม่มีทฤษฎีการบริหารการศีกษาใดที่ให้ภาพการบริหารที่สมบูรณ์ ต้องประยุกต์ทฤษฎีและแนวคิดที่หลากหลายมาใช้
สรุปได้ครอบคลุมทุกประเด็น คุณภาพระดับ A จะติดตามบทต่อไป
ตอบลบ