วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนนะคะ

สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนนะคะ
We wish you a Merry Christmas and a Happy new Year
จากนักเรียนโรงเรียนเพลินพัฒนาค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เปิดเทอมแล้ว

เปิดเทอมแล้วก็เลยเอาปฎิทินการศึกษาของเทอมนี้มาเตือนค่ะ ว่าต้องทำอะไรบ้าง

ชุดวิชา 23702 การบริหารทรัพยากรการศึกษา
สัมมนาเสริม ครั้งที่ 1 9 – 10 มกราคม 2553
สัมมนาเสริม ครั้งที่ 2 6 – 7 มีนาคม 2553
สอบไล่ วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 09.00 – 12.00 น.


ชุดวิชา 23704 นโยบายการวางแผนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

สัมมนาเสริม ครั้งที่ 1 30 - 31 มกราคม 2553
สัมมนาเสริม ครั้งที่ 2 20 – 21 มีนาคม 2553
สัมมนาเข้ม 16 – 18 เมษายน 2553
สอบไล่ วันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2553 เวลา 13.30 – 16.30 น.

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

กระจายอำนาจ

พอดีไปเห็นบทความของคุณพีระ พนาสุภน เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ น่าสนใจดีค่ะ หน้าสุดท้ายมีสรุปให้เห็นภาพรวมด้วยwww.maceducation.com/store/doc/power.pdf

กันตวรรณ

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

เมื่อประธานาธิปดีออกทีวี "สั่งสอน" เด็กสหรัฐวันเปิดเทอม

วันอาทิตย์ที่ 13 เป็นวันสัมมนาเสริมวันสุดท้าย ก่อนจะเข้าสอบกันแล้ว
อาจารย์รัตนาได้แนะำนำให้พวกเราลองหาสุนทรพจน์นี้มาอ่าน/ดู กันค่ะ
เป็นบทพูดที่คุณครูน่าได้อ่าน ได้ฟังค่ะ

"President Obama's Message for America's Students"
เมื่อประธานาธิปดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในวันเปิดเทอม-วันแรกของปีการศึกษาของสหรัฐฯ (8 ก.ย.)

เลือกดู vdo กดที่นี่


อ่าน text กดที่นี่ http://www.whitehouse.gov/the_press_office/Remarks-by-the-President-in-a-National-Address-to-Americas-Schoolchildren/

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

ดาวน์โหลดแผนกิจกรรม

ดาวน์โหลดแผนกิจกรรมวิชาที่ลงทะเบียนได้ที่
http://www.stou.ac.th/Thai/Grad_Stdy/default.asp
เข้าไปที่เว็บ มสธ. และลิงค์ไปที่ระบบสารสนเทศบัณฑิตศึกษา และแผนกิจกรรม กรอกรหัสนักศึกษา ดาวน์โหลดได้เฉพาะวิชาที่ลงทะเบียนเท่านั้น ครับผม .... ครูนาย

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552

มีใครทราบไหมคะ?

ว่าจะ download แนวทางการศึกษา "ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา" ได้ที่ไหนคะ

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552

คู่มือบริหารศึกษานิติบุคคคล

มีเอกสารที่น่าสนใจมาให้เพื่อนๆ ได้ลอง download ไปอ่านประกอบการทำรายงานสำหรับสัมมนาเสริมครั้งต่อไปค่ะ

คู่มือบริหารศึกษานิติบุคคคล

ผลิตโดย:
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
จาก Sema.go.th ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่างศูนย์อินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์และปลอดภัย เพื่อเยาวชนกระทรวงศึกษาธิการและแผนงาน ICTเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะ (สสส.)

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

"การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2552" (Thailand Research Expo 2009) ครั้งที่ 4

ชมการถ่ายทอดสด การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2552

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
การ นำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2552 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค. 2552 ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-561-2445, 02-579-1370-9 ต่อ 458, 459, 565, 568 และ 569 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.tresearchexpo.nrct.go.th และ www.nrct.go.th

แวบไปมาแล้วค่ะ มีนักศึกษาไปดูงานกันไม่น้อย แต่ก็ไม่ถึงกับแน่น
มีห้องสัมมนาย่อยหลายห้องมาก












สถานที่อยู่กลางเมืองไปสะดวกมาก
ลงทะเบียนฟรี พร้อมรับถุงผ้า และมีเอกสารแจกเต็มไปหมด















อันที่จริงเอกสารแจกมีมากกว่านี้ แต่มีแรงเอามาได้แค่นี้ค่ะ
นอกจากนี้บางบูธก็แจกซีดี อ้อ..ได้ปากกามาอีกหนึ่งด้ามด้วย

เมื่อไปร่วมสัมมนาในห้องประชุม ก็จะได้รับแจกกล่องของว่าง
ที่ได้มาเป็นบราวนี่ของโรงแรมเซ็นทารา อร่อยมากๆ ค่ะ
หม่ำไป ฟังสัมมนาไป อิ่ม อร่อย ได้ความรู้ ไปพร้อมๆ กัน










(ขออภัยในกล่องมีบราวนี่ให้มาสองชิ้น และน้ำส้มหนึ่งกล่อง
หม่ำไปชิ้นหนึ่งแล้วเพิ่งนึกได้ว่า ถ่ายรูปมาให้เพื่อนๆ ดูดีกว่า)
ส่งรูปมาให้ดูเผื่อว่าใครสนใจ ยังมีเวลาเหลือพรุ่งนี้อีกวันนะคะ


วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เรื่องของผู้บริหาร

เหตุผล 8 ประการที่หัวหน้างานไม่ให้คำยกย่องที่เขาควรจะให้
1. ผู้บริหารบางคนคาดหวังสูงสุดไม่จำเป็นที่จะต้องให้รางวัล
2. ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จสูงอาจจะยากที่จะยอมรับความสำเร็จของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งไม่ได้ศึกษามาตรฐานส่วนตัวของเพื่อนร่วมงานเลย
3. ผู้บริหารบางคนมีความเชื่อว่าการลงโทษสร้างแรงจูงใจได้มากกว่าการให้รางวัล
4. ผู้ที่ได้รับการเลี้ยงดูในแบบเด็ก ไม่มีโอกาสเป็นตัวของตัวเอง เมื่อโตขึ้นก็จะประสบความยุ่งยากในการปรับตัว
5. ผู้บริหารอาจไม่มีเวลาพอที่จะทำความเข้าใจกับความสำเร็จครั้งสำคัญ ของเพื่อนร่วมงาน
6. วัฒนธรรมดั้งเดิมขององค์การหรือบรรยากาศ อาจไม่ส่งเสริมการยกย่องกัน
7. บุคลากรบางคนสักแต่ว่าทำงานไม่เคยทำงานไห้ดีขึ้นเลยในสายตาของผู้บริหารที่จะให้การยกย่อง
8. คำพูดแก้ตัวของผู้บริหารที่ให้การยกย่องลูกน้องน้อยก็คือ ผมมีงานมากไม่มีเวลา
10 สถานการณ์ที่การยกย่องไม่สร้างแรงจูงใจ
1. ผู้รับคำยกย่องไม่นับถือคนให้คำชม
2. ผู้รับคำยกย่องไม่ไว้เนื้อเชื่อใจคำชมของผู้ให้ ถ้าผู้ให้คำยกย่องไม่มีประวัติในการให้คำยกย่อง ผู้รับอาจสงสัยในพฤติกรรม
3. การทำงานดี ไม่มีความสำคัญกับผู้รับ (หรือผู้ให้)
4. ผู้ให้คำยกย่อง ยกย่องมากเกินไป ถ้าชมมากเกินไป คำชมก็ไม่มีความหมาย
5. ผู้ให้คำยกย่อง ยกย่องบ่อยเกินไป ถ้าท่านยกย่องทุกคนหรือทุกวันคุณค่าก็น้อยลง
6. ผู้ให้คำยกย่องไม่เต็มใจ ดังนั้นจึงเป็นลักษณะไม่จริงใจ
7. การให้คำชมจะเกิดผลหรือเกิดผลลบก็ได้ ถ้าชมบ่อย ๆ ในลักษณะเดิม "ต้องให้ได้อย่างนี้ซิ"
8. ยกย่องในสถานที่อันไม่พึงควร ยกย่องไม่เหมาะกับสถานที่ บางคนรู้สึกละอายที่จะได้รับคำยกย่องในที่สาธารณชน คนอื่นอาจรู้สึกผิดหวังที่ได้รับคำชมในที่ลับ บางครั้งเพื่อนร่วมงานอิจฉาเมื่อคนอื่นได้รับการยกย่อง ท่านต้องรู้วิธีการว่าคนไหนต้องการให้ยกย่องแบบไหน
9. พฤติกรรมที่ผิดได้รับการยกย่อง อย่ายกย่องการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน
10. ผู้รับไม่พึงพอใจกับเงื่อนไขต่าง ๆ ของการจ้าง การยกย่องอาจไม่สร้างความประทับใจกับบุคลากรเมื่อเขารู้สึกว่าเขาได้เงินเดือนน้อยทำงานหนัก หรือได้รับการดูแลที่ไม่ดี การยกย่องชมเชยจะได้รับผลถ้าได้ปรับบรรยากาศในองค์การไม่มีสิ่งใดที่ทดแทนได้เท่ากับค่าจ้างที่เป็นธรรม และการปฏิบัติต่อกันด้วยความเอื้ออาทร
ที่มา http://www.moe.go.th/wijai/leader.htm

รายงานฉบับที่ 5 สัมนาเข้ม และแนวข้อสอบวิจัย

1. รายงานและการสัมมนาเข้ม ( Research Proposal ) คะแนนทั้งหมด 30 คะแนน แบ่งเป็น
- คุณภาพงาน เอกสารรายงาน เนื้อหาโครงการวิจัย 20 คะแนน
- การนำเสนอและมีส่วนร่วมวิพากษ์วิจารณ์ 10 คะแนน
2. การสอบ Final ข้อสอบเป็นแบบอัตนัยจำนวน 3 ข้อ เวลา 3 ชั่วโมง ลักษณะของข้อสอบ ( แนวข้อสอบ )
- ให้อธิบายความหมายคำบางคำของการวิจัยและยกตัวอย่างประกอบ เช่น สมมติฐานการวิจัย , ประชากรและกลุ่มตัวอย่างเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ( ส่วนใหญ่เป็นหัวข้อที่ปรากฎอยู่ใน Research Proposal ) , แนวคิดของการกำหนดหัวข้อวิจัยเป็นอย่างไร , การสุ่มตัวอย่างมีหลักการสำคัญอย่างไรบ้าง ฯลฯ
- จะยกตัวอย่างปัญหาบางปัญหาในสถานศึกษาหรือหน่วยงานมา แล้วให้ออกแบบเขียนโครงร่างการวิจัย เพื่อแก้ปัญหาหรือหาสาเหตุนั้นๆ
- การแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เป็นผู้บริหารเกี่ยวข้องกับงานวิจัยอย่างไรบ้าง

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ช่วยตรวจสอบ Email กันนะคะ

ข้างล่างนี้ เป็น email ของเพื่อนๆ ที่เคยให้ไว้ และได้กำหนดสิทธิ์ให้เป็นผู้เขียนบทความโดยได้ส่ง mail คำเชิญไปหาแล้วนะคะ
หากเพื่อนๆ ตอบรับ แล้วใส่ข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เช่น user name & password ก็จะเขียนและโพสต์ความเห็นได้เลยค่ะ (login หรือ เข้าระบบ ก่อนนะคะ)
ส่วนเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ให้ email ไว้ หรือ หากพบว่า email ข้างล่างนี้ผิดพลาดไปจากการพิมพ์ กรุณาแจ้งได้ที่ orangealright@gmail.com นะคะ
หวังว่าจะได้เห็นบทความจากเพื่อนๆ เพิ่มขึ้น หรือแวะมาทักทายให้หายคิดถึงกันบ้างนะคะ

anupaisukon@yahoo.com
bluedog1215@hotmail.com
ch_chaloeimont@hotmail.com
eid_nat@hotmail.com
fforpdu@ku.ac.th
hnon@thaimail.com
jaree2480@hotmail.com
june@bromsgrove.in.th
kapook_wal@hotmail.com
kru_jw@hotmail.com
meemee_ppt@hotmail.com
nana99_na@hotmail.com
nongfnay@hotmail.com
panusak@hotmail.com
panusuk@hotmail.com
pintavong_noi@hotmail.com
poyung_dum@hotmail.com
prdtrj@hotmail.com
sanyadb@hotmail.com
siwpc@mahidol.ac.th
sunan55@gmail.com
tapaneep@hotmail.com
ttpktnum@thaimail.com
ttpktnun@thaimail.com
usastang@yahoo.co.th
wisanu1963@windowslive.com
wittawat2006@gmail.com
yungkratoke@hotmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

slide show เรื่องทฤษฎี (1)

หยุด slide โชว์ได้โดยการเอาลูกศรไปชี้ที่ภาพแล้วจะเห็นปุ่มควบคุมค่ะ

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พรบ.การศึกษา และ เอกสารชุดวิชา23700

ขอขอบคุณน้องบุ๋มที่ช่วย download มาให้พี่ ป้า น้า อา นะคะ
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ดูดเอาไปจากเครื่องหน้าห้อง (6503-นนทบุรี) ขอนำ link มาให้เลือก downlaod ง่ายๆ ที่นี่ค่ะ


กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาของ อปท..pdf
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาของ อปท.ฉ.2.pdf
การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ.pdf
การศึกษาภาคบังคับ.pdf
การศึกษาแห่งชาติฉ.2.pdf
กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(ฉ2)2549.pdf
กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น2542.pdf
ประกาศวิธีการและเงื่อไขการแสดงถึงความสมัครใจให้โอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสังกัด อปท..pdf
ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฉ.2.pdf
ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ.pdf
ระเบียบว่าด้วยการแก้วันเดือนปีเกิดของนักเรียน.pdf
ส่งเสริมการศึกษานอกระบบการและศึกษาตามอัธยาศัย.pdf
เอกสารชุดวิชา23700.pdf

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การบริหารและการจัดการศึกษา...all for education by sk

ความหมายของการบริหารกับการจัดการ
มีคำสองคำที่มักใช้ควบคู่กันคือคำว่าการบริหาร (Administration ) กับการจัดการ ( Management ) ซึ่งการบริหารจะเป็นกระบวนการทำงานใดๆเพื่อให้บรรลุความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การ ที่วางเอาไว้ โดยไม่ต้องการกำไร และไม่คำนึงถึงผลตอบแทนที่ตนเองจะได้รับ ดังนั้น การบริหาร (Administration ) จึงมักใช้กับหน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไรแต่มุงผลสำฤทธิ์ของงานตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายเป็นหลักซึ่งได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานสาธารณะที่ไม่หวังผลกำไร ส่วน การจัดการ ( Management )จะเป็นการบริหารงานใดๆขององค์การที่จะทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การโดยต้องการผลประโยชน์และกำไรเพื่อให้ตนเองอยู่รอดในองค์การได้
Administration จึงหมายถึงการบริหารงานในระดับสูง ในระดับการกำหนดนโยบายและการวางแผน Management จะเป็นการบริหารในภาคองค์กรธุรกิจที่มุ่งผลประโยชน์และผลกำไรในการดำเนินงานโดยตรง
แต่ในปัจจุบันบทบาทในการบริหารงานภาครัฐและภาคธุรกิจจะมีกระบวนการทำงานที่คาบเกี่ยวกันจนทำให้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจนดันนั้น การบริหารกับการจัดการจึงมักใช้ควบคู่กันเสมอเราจึงมักจะได้ยินคำว่า "การบริหารและการจัดการ"

ความหมายของการศึกษา ( Education )

การศึกษา (Education ) ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2545 ได้ให้ความหมายของการศึกษาตามมาตรา 6 ว่า การศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงใจ ความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้นการบริหารและการจัดศึกษา จึงหมายความว่า การบริหารหรือดำเนินการใดๆให้บุคคลได้เรียนรู้ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข









วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แหล่งข้อมูลค้นได้จากตำรา (ทฤษฎี) งานวิจัย สื่อมวลชน แยกเป็น
o Primary source ข้อมูลต้นกำเนิด เช่นสังเกตคนที่เป็นเป้าหมายการวิจัย
o Secondary source ถ้าเป็นงานที่คนอื่นเขียน เป็นบันทึก งานวิจัย
o Tertiary source งานวิพากษ์วิจารณ์ ข้อมูลใส่ไข่ หาหลักฐานชี้ชัดไม่ได้ ประเภท “แหล่งข่าว”
o อ้างข้อมูลงานวิจัยที่เชื่อถือได้ ก็ขึ้นอยู่กับคนเขียน การยอมรับของสังคม ผลงานนำไปปฏิบัติได้จริง

Lecture "วิจัย" วันนี้ (part 2)

การวิจัยในสาขาบริหารการศึกษา: เกี่ยวกับเรื่องที่ผู้บริหารต้องทำ เช่น นโยบาย การกระจายอำนาจ ครู หลักสูตร งบ การวางแผน การจัดกำลังคน การระดมทรัพยากร การขยายเครือข่าย ภาวะผู้นำ สมรรถนะ ผลผลิตของระบบ (output) ฯลฯ ที่จริงก็ดูได้ทุกส่วน แต่ต้องดูในฐานะเป็นผู้บริหาร ไม่ใช่คนที่คลุกอยู่ในห้องเรียน งานวิจัยเนื้อหาสาระ แผนการสอน หลักสูตร สื่อ IT หรือความพึงพอใจของนักเรียน ควรเป็นงานของครูปฏิบัติการ ไม่ใช่ผู้บริหาร

วันนี้ ก็เลยมีคนต้องเปลี่ยนหัวข้อการวิจัย ไม่ใช่เพราะไม่ดี แต่เพราะว่า มันเป็นของสาขาอื่นที่อาจทำให้เราสับสนได้ เช่น ความพึงพอใจของนักเรียน การจัดการเรียนการสอน หรือเป็นเรื่องที่ "ตกยุค" แล้ว เช่น ความพึงพอใจ

การค้นคว้าวรรณกรรมเพื่อการวิจัย Literature Review

มีความจำเป็นเพราะการตรวจสอบ ค้นคว้า หาความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะทำวิจัยนั้นจะนำไปสู่การกำหนดกรอบการวิจัยที่ชัดเจน และเพื่อกำหนดแนวทางการวิจัย ทำให้การทำ blue print/road map ของงานวิจัยมีความรัดกุม

ข้อเสนอแนะของอาจารย์ กลุ่ม 3 ค่ะ

วันนี้เป็นการนำเสนองานของกลุ่มสาม เป็นวันแรก สมาชิกทั้งหมด 15 คน นำเสนอไป 13 คน อีกสองคนจะนำเสนอในคราวต่อไป
อาจารย์ได้ให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกหัวข้อเพื่อมาทำวิจัยให้พวกเรมากเลยค่ะ จะขอนำมาเล่าให้ฟังเท่าที่บันทึกทันนะคะ
  • พยายามหลีกเลี่ยงหัวข้อที่มีคนทำกันเยอะแล้ว หากสนใจจริงๆ ก็ควรจะนำไปสัมพันธ์กับตัวแปรอื่นๆ เพิ่ม
  • การทำเรื่องใหม่เป็นสิ่งดี แต่อย่าไปอิงนโยบายพรรคการเมือง อาจต้องเปลี่ยนเรื่อง
  • การตั้งชื่อเรื่องอย่าครอบจักรวาล จะทำให้เก็บข้อมูลไม่ได้
  • ทำวิจัยเฉพาะในโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งก็ทำได้ โดยขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระ ผลต้องชัด ต้องลึก
  • ชื่อเรื่องให้เป็นภารกิจของผุ้บริหาร และไม่ขึ้นต้นด้วย "กริยา"
  • การทำวิจัยเพื่อจบการศึกษานี้อาจารย์หวังว่านักศึกษาจะทำวิจัยเป็น เปรียบเหมือนตกปลาเป็น ไม่ได้มองว่าจะได้ปลาอะไร ตัวใหญ่แค่ไหน คือ อยากให้นักศึกษารู้จักวิธีการทำวิจัยที่ถูกต้อง
  • งานวิจัยที่ดีต้องมีทฤษฎีรองรับ
  • การทำวิจัยขอให้สวมบทบาทของผู้บริหาร ซึ่งในความหมายของอาจารย์ หมายถึง ระดับ ผอ.เขต ขึ้นไป หรืออย่างน้อยก็ระดับ ผอ.โรงเรียน
  • การทำวิจัยนี้ต้องจำกัดขอบเขตให้จบภายในสามเทอม และตามงบประมาณที่มี
  • ไม่อนุญาตให้ทำเพื่อหาคำตอบลอยๆ
  • หัวข้อที่น่าสนใจคือเรื่องผู้บริหารที่เป็นผู้นำทางวิชาการ
  • หัวเรืองที่ตั้งต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการเท่านั้น
  • หัวข้อเรื่องต้องเห็นว่าเราจะทำเรื่องอะไร กับใคร ที่ไหน (สำหรับนำไปใส่เป็น key word เพื่อการสืบค้นได้
และขอเชิญเพื่อนๆ มาช่วยกันเสริมด้วยนะคะ
สำหรับวันนี้ ขอตัวไปคิดหัวข้อใหม่ก่อนค่ะ

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Lecture "วิจัย" วันนี้ (part 1)

การวิจัย

กระบวนการวิจัย = กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาความจริงด้วยวิธีการที่เชื่อถือได้มี 5 ขั้นตอน

  1. การตั้งคำถาม research problem ซึ่งน่าจะเพื่อการหาสาเหตุ (cause) ไม่ใช่ดูจากอาการ (symptom) แต่การศึกษาจากอาการ หลายๆ ครั้ง เพราะยังไม่ทราบสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น symptom – headache can be from many causes e.g. fever, stress, diseases
  2. สมมุติฐาน hypothesis เป็นการคาดเดาทางเลือกในการตอบคำถาม
  3. รวบรวมข้อมูล
  4. เลือกทางเลือก หรือวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม
  5. นำไปใช้ แก้ปัญหา

Research จึงหมายถึงการศึกษาซ้ำๆ เพื่อให้ได้ข้อยุติหรือคำตอบในเรื่องนั้นๆ ให้ใกล้กับความจริงมากที่สุด

ประเภทของการวิจัย ก็แล้วแต่เกณฑ์ หรือตัวแปร variable ที่จะตั้งขึ้นมา

ตัวแปร (variables) หมายถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคำถามวิจัยที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงค่าได้ เช่น เพศ (หญิง-ชาย) น้ำหนัก ส่วนสูง ในการวิจัยต้องหาค่าความสัมพันธ์ของตัวแปร 2 ตัว

อะไรที่มีสิ่งเดียว โดดๆ เช่น คนคนหนึ่ง (นาย ก.) หรือสถานที่แห่งหนึ่ง พวกนี้ไม่ใช่ตัวแปร

ตัวแปรมี 3 ชนิด

  • ตัวแปรต้น (เหตุ) หรือ independent variable
  • ตัวแปรตาม (ผล) dependent variable
  • ตัวแปรแทรกซ้อน intervening variable เป็นมือที่ 3 เป็นปัจจัยเบี่ยงเบนที่ทำให้ผล (ตัวแปรตาม) ไม่เกิดตามเหตุ (ตัวแปรต้น) ซึ่งทำให้การวิจัยที่เราไม่สามารถควบคุมตัวแปรทั้งหมดเกิดผลผิดเพี้ยน ส่วนมากวิจัยทางสังคมมักจะเกิดตัวแปรแทรกซ้อนเพราะควบคุมตัวแปรเหมือนในห้อง lab ไม่ได้ เช่น เด็กสอบ GAT PAT ได้ มีตัวแปรแทรกซ้อนเยอะ เช่น ความสามารถในการไปเรียนพิเศษ ครูสอนเก่ง เดาข้อสอบถูก ฯลฯ จึงสรุปไม่ได้ว่า ครูที่โรงเรียนสอนดีกว่าโรงเรียนอื่น


งานวิจัยมี 2 แบบ

  • Pure science เช่น การวิจัยปรัชญา
  • Applied research ส่วนมากเป็นงานวิจัยทางสังคม


ประเภทการวิจัย ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ในการแบ่ง เช่น

  • Experimental Research
  • Experimental research
  • Quasi-experimental/semi-experimental research ยอมให้มีตัวแปรแทรกซ้อนได้โดยธรรมชาติ

ถ้าแบ่งตามประเภทข้อมูล

  • Quantitative research – วิจัยเชิงปริมาณ
  • Qualitative research – วิจัยเชิงคุณภาพ ส่วนมากเป็น ethnographic study และวิธีการ inductive วิจัยเชิงคุณภาพใช้เวลานาน จึงทำให้การประเมินสมศ. ไม่ได้ผล เพราะมีการประเมินข้อมูลเชิงนามธรรมด้วย เช่น ความรักชาติ เสียสละ วินัย ซึ่งประเมินภายในเวลาจำกัดไม่ได้ เมื่อวัดตรงๆ ไม่ได้ก็ต้องวัดโดยอ้อม มีการสร้างเครื่องมือ ถ้าจับไต๋ได้ก็สอบผ่าน แต่ไม่ใช่ของจริง เช่น เด็กยกมือไหว้เฉพาะวันที่ไปตรวจ

ถ้าแบ่งตามกาลเวลา

  • การวิจัยย้อนรอย เป็นการวิจัยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ศึกษาจากบันทึก จดหมายเหตุ จารึก กระดูก
  • การวิจัยปัจจุบัน
  • การวิจัยอนาคต future research เป็นการวิจัยเพื่อคาดการณ์ หา tendency หรือทำ projection เช่น การวิจัยเชิงนโยบาย อาจจะใช้ Delphi technique (เอาผู้เชี่ยวชาญมาคุยกัน)

จะเรียกว่าเป็นอะไรก็แล้วแต่เกณฑ์วัด

กระบวนการวิจัย ออกสอบแน่

  1. คำถามการวิจัย research question อะไรเป็นคำถามการวิจัยที่ดี เรื่องที่มีคำตอบแล้ว ไม่ต้องวิจัย แต่ถ้ายังต้องถกเถียงกัน หรือไม่มีคำตอบจริง ก็เป็นหัวข้อทำวิจัยได้
  2. การตั้งสมมุติฐาน hypothesis คือคำตอบล่วงหน้า การกำหนดทางเลือก แต่ต้องมีความหนักแน่น มีการคาดผลไว้ชัดเจน จึงต้องมีทฤษฎี หรือ มีงานศึกษา หรือจากประสบการณ์ก็ได้ หนุนหลัง (เช่นแรงจูงใจมีผลกับความสัมฤทธิ์ในการทำงาน) ทดสอบทฤษฎี ผลการวิจัย ต้องมีสมมุติฐาน
    • กรณีไหนที่ไม่ต้องมีสมมุติฐาน? การวิจัยเชิงสำรวจไม่ต้องมี hypothesis หรือ การวิจัยในชั้นเรียนไม่ต้องมีก็ได้ แต่อาจจะใส่ตัวแปร (ต้น) ไว้ในวัตถุประสงค์ได้ หรือการทำสหสัมพันธ์ (x-y) จะต้องหรือไม่ก็ได้ (ทำ regression ย้อนไปดูสาเหตุก็ได้)
  1. วัตถุประสงค์ คือคำตอบที่ต้องการทราบ จะมีกี่ข้อก็ได้แต่ต้องให้พอดีกับเวลา งบประมาณ และความสามารถในการเก็บข้อมูล
  2. การออกแบบการวิจัย จะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ใช้เครื่องมืออะไรที่เหมาะจะได้ข้อมูลนั้นมา
  3. การประมวลผล

ออกสอบ; หาจุดเด่นและจุดด้อยของการวิจัยพรรณา ทดลอง คุณภาพ นำไปใช้ในการบริหารการศึกษาอย่างไร

สัมมนาเสริม ครั้งที่ 1 การวิจัยการบริหารการศึกษา

สวัสดีครับ.... ขอบคุณสำหรับบล็อกนี้ ฝากท่านประธานขยายสมาชิกให้ทั่วทั้งรุ่นเลยนะครับ เครือข่ายของเราจะได้เยอะๆ ( แบ่งปันความคิดเห็นและข้อสงสัย ) เราเลือกคนมาเป็นประธานได้ถูกต้องแล้วครับ...ท่านผู้ชม