วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การบริหารและการจัดการศึกษา...all for education by sk

ความหมายของการบริหารกับการจัดการ
มีคำสองคำที่มักใช้ควบคู่กันคือคำว่าการบริหาร (Administration ) กับการจัดการ ( Management ) ซึ่งการบริหารจะเป็นกระบวนการทำงานใดๆเพื่อให้บรรลุความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การ ที่วางเอาไว้ โดยไม่ต้องการกำไร และไม่คำนึงถึงผลตอบแทนที่ตนเองจะได้รับ ดังนั้น การบริหาร (Administration ) จึงมักใช้กับหน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไรแต่มุงผลสำฤทธิ์ของงานตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายเป็นหลักซึ่งได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานสาธารณะที่ไม่หวังผลกำไร ส่วน การจัดการ ( Management )จะเป็นการบริหารงานใดๆขององค์การที่จะทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การโดยต้องการผลประโยชน์และกำไรเพื่อให้ตนเองอยู่รอดในองค์การได้
Administration จึงหมายถึงการบริหารงานในระดับสูง ในระดับการกำหนดนโยบายและการวางแผน Management จะเป็นการบริหารในภาคองค์กรธุรกิจที่มุ่งผลประโยชน์และผลกำไรในการดำเนินงานโดยตรง
แต่ในปัจจุบันบทบาทในการบริหารงานภาครัฐและภาคธุรกิจจะมีกระบวนการทำงานที่คาบเกี่ยวกันจนทำให้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจนดันนั้น การบริหารกับการจัดการจึงมักใช้ควบคู่กันเสมอเราจึงมักจะได้ยินคำว่า "การบริหารและการจัดการ"

ความหมายของการศึกษา ( Education )

การศึกษา (Education ) ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2545 ได้ให้ความหมายของการศึกษาตามมาตรา 6 ว่า การศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงใจ ความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้นการบริหารและการจัดศึกษา จึงหมายความว่า การบริหารหรือดำเนินการใดๆให้บุคคลได้เรียนรู้ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข









วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แหล่งข้อมูลค้นได้จากตำรา (ทฤษฎี) งานวิจัย สื่อมวลชน แยกเป็น
o Primary source ข้อมูลต้นกำเนิด เช่นสังเกตคนที่เป็นเป้าหมายการวิจัย
o Secondary source ถ้าเป็นงานที่คนอื่นเขียน เป็นบันทึก งานวิจัย
o Tertiary source งานวิพากษ์วิจารณ์ ข้อมูลใส่ไข่ หาหลักฐานชี้ชัดไม่ได้ ประเภท “แหล่งข่าว”
o อ้างข้อมูลงานวิจัยที่เชื่อถือได้ ก็ขึ้นอยู่กับคนเขียน การยอมรับของสังคม ผลงานนำไปปฏิบัติได้จริง

Lecture "วิจัย" วันนี้ (part 2)

การวิจัยในสาขาบริหารการศึกษา: เกี่ยวกับเรื่องที่ผู้บริหารต้องทำ เช่น นโยบาย การกระจายอำนาจ ครู หลักสูตร งบ การวางแผน การจัดกำลังคน การระดมทรัพยากร การขยายเครือข่าย ภาวะผู้นำ สมรรถนะ ผลผลิตของระบบ (output) ฯลฯ ที่จริงก็ดูได้ทุกส่วน แต่ต้องดูในฐานะเป็นผู้บริหาร ไม่ใช่คนที่คลุกอยู่ในห้องเรียน งานวิจัยเนื้อหาสาระ แผนการสอน หลักสูตร สื่อ IT หรือความพึงพอใจของนักเรียน ควรเป็นงานของครูปฏิบัติการ ไม่ใช่ผู้บริหาร

วันนี้ ก็เลยมีคนต้องเปลี่ยนหัวข้อการวิจัย ไม่ใช่เพราะไม่ดี แต่เพราะว่า มันเป็นของสาขาอื่นที่อาจทำให้เราสับสนได้ เช่น ความพึงพอใจของนักเรียน การจัดการเรียนการสอน หรือเป็นเรื่องที่ "ตกยุค" แล้ว เช่น ความพึงพอใจ

การค้นคว้าวรรณกรรมเพื่อการวิจัย Literature Review

มีความจำเป็นเพราะการตรวจสอบ ค้นคว้า หาความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะทำวิจัยนั้นจะนำไปสู่การกำหนดกรอบการวิจัยที่ชัดเจน และเพื่อกำหนดแนวทางการวิจัย ทำให้การทำ blue print/road map ของงานวิจัยมีความรัดกุม

ข้อเสนอแนะของอาจารย์ กลุ่ม 3 ค่ะ

วันนี้เป็นการนำเสนองานของกลุ่มสาม เป็นวันแรก สมาชิกทั้งหมด 15 คน นำเสนอไป 13 คน อีกสองคนจะนำเสนอในคราวต่อไป
อาจารย์ได้ให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกหัวข้อเพื่อมาทำวิจัยให้พวกเรมากเลยค่ะ จะขอนำมาเล่าให้ฟังเท่าที่บันทึกทันนะคะ
  • พยายามหลีกเลี่ยงหัวข้อที่มีคนทำกันเยอะแล้ว หากสนใจจริงๆ ก็ควรจะนำไปสัมพันธ์กับตัวแปรอื่นๆ เพิ่ม
  • การทำเรื่องใหม่เป็นสิ่งดี แต่อย่าไปอิงนโยบายพรรคการเมือง อาจต้องเปลี่ยนเรื่อง
  • การตั้งชื่อเรื่องอย่าครอบจักรวาล จะทำให้เก็บข้อมูลไม่ได้
  • ทำวิจัยเฉพาะในโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งก็ทำได้ โดยขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระ ผลต้องชัด ต้องลึก
  • ชื่อเรื่องให้เป็นภารกิจของผุ้บริหาร และไม่ขึ้นต้นด้วย "กริยา"
  • การทำวิจัยเพื่อจบการศึกษานี้อาจารย์หวังว่านักศึกษาจะทำวิจัยเป็น เปรียบเหมือนตกปลาเป็น ไม่ได้มองว่าจะได้ปลาอะไร ตัวใหญ่แค่ไหน คือ อยากให้นักศึกษารู้จักวิธีการทำวิจัยที่ถูกต้อง
  • งานวิจัยที่ดีต้องมีทฤษฎีรองรับ
  • การทำวิจัยขอให้สวมบทบาทของผู้บริหาร ซึ่งในความหมายของอาจารย์ หมายถึง ระดับ ผอ.เขต ขึ้นไป หรืออย่างน้อยก็ระดับ ผอ.โรงเรียน
  • การทำวิจัยนี้ต้องจำกัดขอบเขตให้จบภายในสามเทอม และตามงบประมาณที่มี
  • ไม่อนุญาตให้ทำเพื่อหาคำตอบลอยๆ
  • หัวข้อที่น่าสนใจคือเรื่องผู้บริหารที่เป็นผู้นำทางวิชาการ
  • หัวเรืองที่ตั้งต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการเท่านั้น
  • หัวข้อเรื่องต้องเห็นว่าเราจะทำเรื่องอะไร กับใคร ที่ไหน (สำหรับนำไปใส่เป็น key word เพื่อการสืบค้นได้
และขอเชิญเพื่อนๆ มาช่วยกันเสริมด้วยนะคะ
สำหรับวันนี้ ขอตัวไปคิดหัวข้อใหม่ก่อนค่ะ

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Lecture "วิจัย" วันนี้ (part 1)

การวิจัย

กระบวนการวิจัย = กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาความจริงด้วยวิธีการที่เชื่อถือได้มี 5 ขั้นตอน

  1. การตั้งคำถาม research problem ซึ่งน่าจะเพื่อการหาสาเหตุ (cause) ไม่ใช่ดูจากอาการ (symptom) แต่การศึกษาจากอาการ หลายๆ ครั้ง เพราะยังไม่ทราบสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น symptom – headache can be from many causes e.g. fever, stress, diseases
  2. สมมุติฐาน hypothesis เป็นการคาดเดาทางเลือกในการตอบคำถาม
  3. รวบรวมข้อมูล
  4. เลือกทางเลือก หรือวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม
  5. นำไปใช้ แก้ปัญหา

Research จึงหมายถึงการศึกษาซ้ำๆ เพื่อให้ได้ข้อยุติหรือคำตอบในเรื่องนั้นๆ ให้ใกล้กับความจริงมากที่สุด

ประเภทของการวิจัย ก็แล้วแต่เกณฑ์ หรือตัวแปร variable ที่จะตั้งขึ้นมา

ตัวแปร (variables) หมายถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคำถามวิจัยที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงค่าได้ เช่น เพศ (หญิง-ชาย) น้ำหนัก ส่วนสูง ในการวิจัยต้องหาค่าความสัมพันธ์ของตัวแปร 2 ตัว

อะไรที่มีสิ่งเดียว โดดๆ เช่น คนคนหนึ่ง (นาย ก.) หรือสถานที่แห่งหนึ่ง พวกนี้ไม่ใช่ตัวแปร

ตัวแปรมี 3 ชนิด

  • ตัวแปรต้น (เหตุ) หรือ independent variable
  • ตัวแปรตาม (ผล) dependent variable
  • ตัวแปรแทรกซ้อน intervening variable เป็นมือที่ 3 เป็นปัจจัยเบี่ยงเบนที่ทำให้ผล (ตัวแปรตาม) ไม่เกิดตามเหตุ (ตัวแปรต้น) ซึ่งทำให้การวิจัยที่เราไม่สามารถควบคุมตัวแปรทั้งหมดเกิดผลผิดเพี้ยน ส่วนมากวิจัยทางสังคมมักจะเกิดตัวแปรแทรกซ้อนเพราะควบคุมตัวแปรเหมือนในห้อง lab ไม่ได้ เช่น เด็กสอบ GAT PAT ได้ มีตัวแปรแทรกซ้อนเยอะ เช่น ความสามารถในการไปเรียนพิเศษ ครูสอนเก่ง เดาข้อสอบถูก ฯลฯ จึงสรุปไม่ได้ว่า ครูที่โรงเรียนสอนดีกว่าโรงเรียนอื่น


งานวิจัยมี 2 แบบ

  • Pure science เช่น การวิจัยปรัชญา
  • Applied research ส่วนมากเป็นงานวิจัยทางสังคม


ประเภทการวิจัย ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ในการแบ่ง เช่น

  • Experimental Research
  • Experimental research
  • Quasi-experimental/semi-experimental research ยอมให้มีตัวแปรแทรกซ้อนได้โดยธรรมชาติ

ถ้าแบ่งตามประเภทข้อมูล

  • Quantitative research – วิจัยเชิงปริมาณ
  • Qualitative research – วิจัยเชิงคุณภาพ ส่วนมากเป็น ethnographic study และวิธีการ inductive วิจัยเชิงคุณภาพใช้เวลานาน จึงทำให้การประเมินสมศ. ไม่ได้ผล เพราะมีการประเมินข้อมูลเชิงนามธรรมด้วย เช่น ความรักชาติ เสียสละ วินัย ซึ่งประเมินภายในเวลาจำกัดไม่ได้ เมื่อวัดตรงๆ ไม่ได้ก็ต้องวัดโดยอ้อม มีการสร้างเครื่องมือ ถ้าจับไต๋ได้ก็สอบผ่าน แต่ไม่ใช่ของจริง เช่น เด็กยกมือไหว้เฉพาะวันที่ไปตรวจ

ถ้าแบ่งตามกาลเวลา

  • การวิจัยย้อนรอย เป็นการวิจัยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ศึกษาจากบันทึก จดหมายเหตุ จารึก กระดูก
  • การวิจัยปัจจุบัน
  • การวิจัยอนาคต future research เป็นการวิจัยเพื่อคาดการณ์ หา tendency หรือทำ projection เช่น การวิจัยเชิงนโยบาย อาจจะใช้ Delphi technique (เอาผู้เชี่ยวชาญมาคุยกัน)

จะเรียกว่าเป็นอะไรก็แล้วแต่เกณฑ์วัด

กระบวนการวิจัย ออกสอบแน่

  1. คำถามการวิจัย research question อะไรเป็นคำถามการวิจัยที่ดี เรื่องที่มีคำตอบแล้ว ไม่ต้องวิจัย แต่ถ้ายังต้องถกเถียงกัน หรือไม่มีคำตอบจริง ก็เป็นหัวข้อทำวิจัยได้
  2. การตั้งสมมุติฐาน hypothesis คือคำตอบล่วงหน้า การกำหนดทางเลือก แต่ต้องมีความหนักแน่น มีการคาดผลไว้ชัดเจน จึงต้องมีทฤษฎี หรือ มีงานศึกษา หรือจากประสบการณ์ก็ได้ หนุนหลัง (เช่นแรงจูงใจมีผลกับความสัมฤทธิ์ในการทำงาน) ทดสอบทฤษฎี ผลการวิจัย ต้องมีสมมุติฐาน
    • กรณีไหนที่ไม่ต้องมีสมมุติฐาน? การวิจัยเชิงสำรวจไม่ต้องมี hypothesis หรือ การวิจัยในชั้นเรียนไม่ต้องมีก็ได้ แต่อาจจะใส่ตัวแปร (ต้น) ไว้ในวัตถุประสงค์ได้ หรือการทำสหสัมพันธ์ (x-y) จะต้องหรือไม่ก็ได้ (ทำ regression ย้อนไปดูสาเหตุก็ได้)
  1. วัตถุประสงค์ คือคำตอบที่ต้องการทราบ จะมีกี่ข้อก็ได้แต่ต้องให้พอดีกับเวลา งบประมาณ และความสามารถในการเก็บข้อมูล
  2. การออกแบบการวิจัย จะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ใช้เครื่องมืออะไรที่เหมาะจะได้ข้อมูลนั้นมา
  3. การประมวลผล

ออกสอบ; หาจุดเด่นและจุดด้อยของการวิจัยพรรณา ทดลอง คุณภาพ นำไปใช้ในการบริหารการศึกษาอย่างไร

สัมมนาเสริม ครั้งที่ 1 การวิจัยการบริหารการศึกษา

สวัสดีครับ.... ขอบคุณสำหรับบล็อกนี้ ฝากท่านประธานขยายสมาชิกให้ทั่วทั้งรุ่นเลยนะครับ เครือข่ายของเราจะได้เยอะๆ ( แบ่งปันความคิดเห็นและข้อสงสัย ) เราเลือกคนมาเป็นประธานได้ถูกต้องแล้วครับ...ท่านผู้ชม